สถานะต่าง ๆ ในกระบวนการบังคับคดีและการขายทอดตลาด
ในการบังคับคดีของกรมบังคับคดี (เช่น การขายทอดตลาดทรัพย์สินของลูกหนี้ตามคำพิพากษา) มักปรากฏสถานะหรือข้อความบางอย่างที่ระบุถึงความคืบหน้าหรือผลของการดำเนินการแต่ละขั้นตอน สถานะเหล่านี้มีความหมายและผลกระทบต่อกระบวนการขายทอดตลาดที่แตกต่างกันไป ด้านล่างนี้เป็นการอธิบายสถานะที่พบบ่อย
เช่น การถอนการยึดทรัพย์, การงดขาย (ทั้งกรณีงดขายโดยคำร้องของเจ้าหนี้และงดขายโดยเจ้าหน้าที่) รวมถึงสถานะอื่น ๆ พร้อมทั้งสาเหตุที่ทำให้เกิดและผลกระทบต่อการขายทอดตลาด
1. ถอนการยึดทรัพย์
- ความหมาย:
การถอนการยึดทรัพย์หมายถึงการที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา (ฝ่ายโจทก์) ยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อขอ ถอนการยึดทรัพย์หรือถอนการบังคับคดี ที่ได้ดำเนินการไปแล้ว
กล่าวคือทรัพย์ที่เคยถูกยึดไว้จะถูกปล่อยคืนและไม่อยู่ภายใต้การบังคับคดีอีกต่อไป
- สาเหตุ:
สาเหตุหลักที่ทำให้มีการถอนการยึดทรัพย์ ได้แก่ การที่ลูกหนี้ชำระหนี้หรือเจรจาไกล่เกลี่ยกับเจ้าหนี้จนบรรลุข้อตกลง เจ้าหนี้จึงยินยอมยุติการบังคับคดีและขอถอนยึดทรัพย์ นอกจากนี้อาจเกิดจากคำสั่งศาลหรือเหตุทางกฎหมาย เช่น ศาลมีคำสั่งให้ถอนการบังคับคดี (กรณีลูกหนี้ยื่นอุทธรณ์/ฎีกาพร้อมวางเงินประกัน หรือคำพิพากษาถูกยกเลิกเป็นต้น) ซึ่งทำให้ต้องยุติการยึดทรัพย์นั้น
- ผลกระทบ:
เมื่อมีการถอนการยึดทรัพย์ ทรัพย์สินนั้นจะไม่ถูกนำออกขายทอดตลาดอีก การบังคับคดีต่อทรัพย์รายการนั้นสิ้นสุดลงทันที เจ้าพนักงานบังคับคดีจะไม่จัดการขายทอดตลาดทรัพย์นั้นต่อไป (เช่นเดียวกับกรณีทรัพย์ขายได้แล้ว คือจะไม่มีการขายทอดตลาดทรัพย์รายการนั้นอีกต่อไป)
2. งดขาย
สถานะ “งดขาย” หมายถึง การงดเว้นหรือยกเลิกการขายทอดตลาดทรัพย์ ในวันนัดนั้น ๆ ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้จากหลายกรณี ทั้งจากฝ่ายคู่ความเอง (เจ้าหนี้/โจทก์) หรือจากการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการขายทอดตลาด ทั้งนี้สาเหตุที่งดขายและผลต่อการดำเนินการในอนาคตจะแตกต่างกันออกไป ดังนี้
2.1 งดขายโดยคำร้องของเจ้าหนี้ (โจทก์แถลงงดขาย)
- ความหมาย:
คือกรณีที่ เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา (โจทก์) ยื่นคำแถลงต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อของดการขายทอดตลาดทรัพย์ ในวันนัดนั้น
- สาเหตุ:
เหตุผลที่กฎหมายยอมให้โจทก์แถลงขอให้งดการขายทอดตลาดได้คือ การปรับโครงสร้างหนี้ระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ เท่านั้นกล่าวคือตกลงกันว่าจะปรับวิธีการชำระหนี้ใหม่ (เช่น ผ่อนชำระตามแผนที่ตกลงกัน) ทำให้เจ้าหนี้ยอมระงับการขายทอดตลาดไว้ชั่วคราวเพื่อให้โอกาสลูกหนี้ปฏิบัติตามข้อตกลง
- ผลกระทบ:
เมื่อมีการงดขายตามคำขอของโจทก์ การขายทอดตลาดในนัดนั้นจะถูกยกเลิก/ข้ามไป โดยไม่มีการขายทรัพย์เกิดขึ้นจริงในวันดังกล่าว (ถือเสมือนว่าไม่มีการขายในนัดนั้นตามกฎหมาย)
หากการปรับโครงสร้างหนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ทรัพย์ก็อาจไม่ต้องนำมาขายทอดตลาดอีก (เจ้าหนี้จะดำเนินการถอนการยึดทรัพย์ในที่สุด) แต่ถ้าการปรับโครงสร้างหนี้ไม่เป็นผล เจ้าหนี้สามารถดำเนินการขายทอดตลาดต่อได้โดยขอนัดหมายวันขายใหม่ ในกรณีที่งดขายไปแล้วนี้ การนับนัดขายทอดตลาดครั้งถัดไปจะไม่นับต่อเนื่อง (เพราะนัดที่งดถือว่าไม่นับ) เช่น หากงดขายในนัดที่ 1 เมื่อจัดการขายอีกครั้งก็ยังนับเป็น “นัดที่ 1” อยู่และราคาเริ่มต้นยังเท่าเดิมที่นัดก่อนงดไว้
2.2 งดขายโดยเจ้าหน้าที่ (ประกาศงดขายโดยเจ้าหน้าที่)
- ความหมาย:
คือกรณีที่ เจ้าพนักงานบังคับคดีเป็นผู้ประกาศงดการขายทอดตลาด เอง ซึ่งไม่ได้เกิดจากคำร้องขอของเจ้าหนี้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เกิดจากเงื่อนไขทางกฎหมายหรือเหตุขัดข้องที่ทำให้การขายทอดตลาดในวันนั้นไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ตามปกติ
- สาเหตุ:
สาเหตุของการงดขายโดยเจ้าหน้าที่มีหลายประการที่ ไม่เกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างหนี้ เช่น มีผู้ร้องขัดทรัพย์ (มีบุคคลภายนอกโต้แย้งสิทธิในทรัพย์ที่ยึดมาขายทอดตลาด), พบว่าการส่งหมายหรือปิดประกาศขายทอดตลาดดำเนินการไม่ถูกต้องตามขั้นตอนกฎหมาย (ทำให้ต้องเลื่อนการขายออกไปจนกว่าจะดำเนินการให้ถูกต้อง), หรือกรณีที่ศาลมีคำสั่งให้ระงับหรือเลื่อนการบังคับคดีไว้ก่อน (เช่น ศาลรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้หรือมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวอื่น ๆ ซึ่งส่งผลให้ต้องหยุดกระบวนการขายทอดตลาดทันที)
- ผลกระทบ:
การขายทอดตลาดนัดนั้นจะถูกยกเลิกไป (ไม่มีการขายทรัพย์ในวันดังกล่าว) เช่นเดียวกับกรณีงดขายโดยคำร้องของคู่ความ คือนัดที่งดจะไม่นับเป็น “ครั้ง” ของการขายทอดตลาด
และหากเหตุที่ทำให้งดขายเป็นเพียงชั่วคราว เจ้าพนักงานบังคับคดีจะกำหนดวันขายทอดตลาดใหม่เมื่อเหตุขัดข้องหมดไป (โดยการขายครั้งถัดไปยังถือเป็นนัดเดิม ราคาเริ่มต้นยังเท่าเดิมเพราะงดครั้งก่อนไม่นับ) แต่ถ้าเหตุที่งดขายนั้นทำให้การบังคับคดีต้องยุติลง เช่น ศาลสั่งจำหน่ายคดีหรือถอนการบังคับคดี ทรัพย์นั้นก็จะไม่ถูกนำมาขายทอดตลาดอีกต่อไป
2.3 งดขาย (ไม่มีผู้สู้ราคา)
- ความหมาย:
สถานะนี้หมายถึง การขายทอดตลาดได้ดำเนินไปตามปกติในวันนัดนั้น แต่ไม่มีผู้เสนอราคาแข่งขันซื้อทรัพย์ หรือไม่มีผู้ใดยื่นประมูลเลยที่ราคาเริ่มต้น ทำให้วันนั้นไม่สามารถขายทรัพย์ได้ (“ขายไม่ออก” เนื่องจากไม่มีผู้สู้ราคา)
- สาเหตุ:
เกิดจากไม่มีผู้สนใจเข้าประมูลซื้อทรัพย์ในวันนั้น ไม่ว่าจะเพราะทรัพย์ไม่น่าสนใจในราคาที่ตั้งไว้ หรือไม่มีผู้มาร่วมการประมูลจริง ๆ ดังนั้นจึงไม่มีการเสนอราคาใด ๆ สูงกว่าราคาเปิดประมูล
- ผลกระทบ:
ในกรณีไม่มีผู้สู้ราคา การขายทอดตลาดทรัพย์สินจะถูกเลื่อนไปดำเนินการในนัดถัดไป (ยังไม่นับว่าปิดกระบวนการขายทรัพย์นั้น) โดยปกติเจ้าพนักงานบังคับคดีจะปรับลดราคาประมูลตั้งต้นของทรัพย์ลงในนัดถัดไปเพื่อจูงใจผู้ซื้อมากขึ้น (เช่น รอบแรกตั้งที่ 100% ของราคาประเมิน หากไม่มีคนประมูล รอบถัดไปอาจลดเหลือ 90% เป็นต้น ตามระเบียบที่กำหนดไว้)
กระบวนการนี้จะทำต่อเนื่องไปจนกว่าจะมีผู้ประมูลซื้อทรัพย์ได้หรือจนกว่าจะถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด หากผ่านการขายทอดตลาดหลายครั้งแล้วยังไม่มีผู้เสนอราคาซื้อเลย อาจต้องมีการทบทวนหรือกำหนดราคาใหม่ผ่านคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องต่อไป (แต่ในขั้นตอนที่ยังไม่ถึงจุดนั้น ทรัพย์จะถูกนำออกประมูลเรื่อย ๆ ตามกำหนดนัดถัดไป)
3. ขายได้ (Sold)
- ความหมาย:
“ขายได้” หมายถึง ทรัพย์สินได้ถูกขายทอดตลาดสำเร็จ มีผู้ประมูลซื้อทรัพย์นั้นได้เป็นผู้ชนะในการประมูลและยอมรับราคาที่เสนอสูงสุด
- สาเหตุ:
เกิดขึ้นเมื่อมีผู้เข้าร่วมประมูลและยื่นราคาสู้กันจนกระทั่งได้ผู้เสนอราคาสูงสุดที่เป็นผู้ซื้อทรัพย์ไป เจ้าพนักงานบังคับคดีก็จะเคาะขายทรัพย์นั้นให้ผู้ประมูลที่ให้ราคาสูงสุด (โดยไม่มีผู้คัดค้านหรือปัญหาทางกฎหมายอื่นขัดข้อง)
- ผลกระทบ:
เมื่อทรัพย์ “ขายได้” กระบวนการขายทอดตลาดของทรัพย์รายการนั้นจะสิ้นสุดลง ทรัพย์ถูกโอนไปยังผู้ซื้อ และเงินที่ได้จะนำไปชำระเจ้าหนี้ตามลำดับต่อไป จะไม่มีการนำทรัพย์รายการนั้นออกประมูลอีกแล้วในการบังคับคดีเดียวกัน
(สถานะนี้เป็นเป้าหมายสุดท้ายของการบังคับคดีทรัพย์ คือขายทรัพย์ได้เพื่อนำเงินมาใช้หนี้)